กรณีศึกษา แก้ไขปัญหาผู้เรียน
ลับเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง
1 แบบบันทึกการประชุมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน
วัน
11
เดือน มกราคม ปี 2567 เวลา 15:30 สถานที่ ห้องอนุบาล 3
ชื่อ
- นามสกุล นักเรียน เด็กชายเตชินท์ สูงเจริญ อายุ 6 ปี เพศ ชาย ชั้น อนุบาล 3
ครูประจำชั้น
ชื่อ นางระเบียบ นามสกุล แก้วยศ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน
เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม
แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ (ระบุ)
-
แบบสังเกตพฤติกรรม
ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน
เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ (ระบุ)
ครูประจำชั้น
ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา
1.ชอบหยอกกับเพื่อนในขณะที่คุณครูกำลังสอน
2. เด็กติดเล่นไม่สนใจการเรียน ไม่ร่วมมือในการทำกิจกรรม และไม่มีสมาธิในการเรียน
ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา
สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน
1
ปัญหา)
เด็กติดเล่นไม่สนใจการเรียน
ไม่ร่วมมือในการทำกิจกิจกรรม และไม่มีสมาธิในการเรียน
แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน
ข้อเสนอแนะจาก นางระเบียบ แก้วยศ ตำแหน่ง ครูประจำชั้นอนุบาล 3
แนวทางในการช่วยเหลือในการพัฒนาและการแก้ไขปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฎิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน
(ควรเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)
ใช้วิธีการสอนที่มีความหลากหลายจะทำให้เด็กเกิดความสนุกและความตื่นเต้นในการเรียน
มีกิจกรรมการเรียนที่หลากหลายเพื่อที่จะได้ให้เด็กๆเลือกเอง
เพราะจะทำให้เกิดความสนใจและไม่เบื่อหน่ายกับการเรียนทำให้เด็กเกิดความภูมิใจในผลงานที่ตนเองเลือก
รวมไปถึงกิจกรรมเกมการศึกษาที่ใช้ในการเรียนรู้เพราะเด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่นการลงมือปฏิบัติ
ใช้เกมการศึกษาที่มีความน่าสนใจและตื่นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กๆเกิดความสนใจในการเรียน
เป็นการดึงดูดประสาทสัมที่เด็กๆได้เห็นสื่อที่มีสีสันสวยงามสดใส
ดึงดูดความสนใจในการเรียนของเด็กๆเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้รวมไปถึงครูผู้สอนที่จะต้องมีเทคนิควิธีการสอนเพื่อที่จะทำให้เด็กเกิดความสนใจในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
2 แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน
รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ 1
วันที่ 17 เดือน มกราคม พ.ศ. 2567
ชื่อ - นามสกุลนักเรียน เด็กชาย เตชินท์ สูงเจริญ ชั้น อนุบาล 3
ชื่อผู้ปกครอง นางสาว นัฏยาภรณ์ สูงเจริญ มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น น้า
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 0982297190
ชื่อ บิดา หย่าร้าง มารดา
นางสาว เอมิกา สูงเจริญ
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์
-
1.
บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)
บ้านเป็นบ้าน 1 ชั้น ชั้นล่างสร้างด้วยปูนขนาดปานกลาง บริเวณที่ตั้งตั้งในเขตชุมชน
2.
บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)
ในบ้านมีของเครื่องใช้จำเป็นปกติ ความเป็นอยู่พอใช้
3. บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา
(ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ผู้ปกครองให้การต้อนรับเป็นอย่างดีในการสอบถามข้อมูล
การตอบคำถามเกี่ยวกับนักเรียน
4.
บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน
(ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
เด็กอาศัยอยู่กับตายาย, มารดา บิดา หย่าร้างกัน
5.
บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีมากต่อโรงเรียนบ้านคาบ
พร้อมสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนและสนับสนุนบุตรหลานเต็มที่
6.
บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน
การอ่านหนังสือ (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)
ทั้งเล่นทั้งทำการบ้าน
ถ้าผู้ปกครองไม่นั่งเฝ้าน้องจะไม่ทำการบ้าน
7.
บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต
การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและนักเรียน)
เพื่อนส่วนมากเป็นวัยเดียวกัน เดินเล่นด้วยกันที่เรียนโรงเรียน
เนื่องจากบ้านเด็กอยู่ในชุมชนเดียวกันจึงไปหากันได้ง่ายและส่วนใหญ่อยู่บ้านติดกัน
ทุกคนเป็นมิตรต่อกัน
8.
บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
มีความรัก ความห่วงใย เอาใจใส่ อบอุ่นดี โดยครอบครัวสนับสนุนให้นักเรียนทำสิ่งที่ชอบได้อย่างอิสระ
9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)
ข้อเสนอแนะ นักเรียนแยกตัวออกมาเล่นคนเดียวไม่สนใจการเรียนไม่ร่วมมือในการทำกิจกรรมอยากให้คุณครูช่วยดูแลให้เด็กได้ทำกิจกรรมเป็นกลุ่มร่วมกับเพื่อนๆและใช้วิธีการสอนที่หลากหลายทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก รวมถึงกิจกรรมและเกมที่ใช้การเล่นเป็นหลักในกระบวนการเรียนรู้ ใช้สื่อที่มีสีสันและโต้ตอบได้ซึ่งดึงดูดประสาทสัมผัสและดึงดูดความสนใจของเด็ก
ภาพที่ 9.1 ภาพภายนอกบ้านนักเรียน
ภาพที่ 9.2 ภาพภายในบ้านนักเรียน
ภาพที่ 9.3 ภาพภายในบ้านนักเรียน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น