วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรณีศึกษา


 กรณีศึกษา แก้ไขปัญหาผู้เรียน

 

 ลับเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง

 

1 แบบบันทึกการประชุมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน

วัน 11 เดือน มกราคม ปี 2567 เวลา 15:30 สถานที่ ห้องอนุบาล 3

ชื่อ - นามสกุล นักเรียน เด็กชายเตชินท์ สูงเจริญ อายุ 6 ปี เพศ ชาย ชั้น อนุบาล 3

ครูประจำชั้น ชื่อ นางระเบียบ นามสกุล แก้วยศ

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ (ระบุ)

- แบบสังเกตพฤติกรรม

ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ (ระบุ)

ครูประจำชั้น

ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา

1.ชอบหยอกกับเพื่อนในขณะที่คุณครูกำลังสอน

2. เด็กติดเล่นไม่สนใจการเรียน ไม่ร่วมมือในการทำกิจกรรม และไม่มีสมาธิในการเรียน

ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน 1 ปัญหา)

เด็กติดเล่นไม่สนใจการเรียน ไม่ร่วมมือในการทำกิจกิจกรรม และไม่มีสมาธิในการเรียน

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน ข้อเสนอแนะจาก นางระเบียบ แก้วยศ ตำแหน่ง ครูประจำชั้นอนุบาล 3

           แนวทางในการช่วยเหลือในการพัฒนาและการแก้ไขปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฎิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)

          ใช้วิธีการสอนที่มีความหลากหลายจะทำให้เด็กเกิดความสนุกและความตื่นเต้นในการเรียน มีกิจกรรมการเรียนที่หลากหลายเพื่อที่จะได้ให้เด็กๆเลือกเอง เพราะจะทำให้เกิดความสนใจและไม่เบื่อหน่ายกับการเรียนทำให้เด็กเกิดความภูมิใจในผลงานที่ตนเองเลือก รวมไปถึงกิจกรรมเกมการศึกษาที่ใช้ในการเรียนรู้เพราะเด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่นการลงมือปฏิบัติ ใช้เกมการศึกษาที่มีความน่าสนใจและตื่นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กๆเกิดความสนใจในการเรียน เป็นการดึงดูดประสาทสัมที่เด็กๆได้เห็นสื่อที่มีสีสันสวยงามสดใส ดึงดูดความสนใจในการเรียนของเด็กๆเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้รวมไปถึงครูผู้สอนที่จะต้องมีเทคนิควิธีการสอนเพื่อที่จะทำให้เด็กเกิดความสนใจในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น


แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน

รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่  1

วันที่ 17 เดือน มกราคม  พ.ศ. 2567

ชื่อ - นามสกุลนักเรียน  เด็กชาย เตชินท์ สูงเจริญ  ชั้น อนุบาล 3

ชื่อผู้ปกครอง นางสาว นัฏยาภรณ์ สูงเจริญ  มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น  น้า

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์  0982297190

ชื่อ บิดา  หย่าร้าง  มารดา  นางสาว เอมิกา สูงเจริญ

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์    -      

          1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)

บ้านเป็นบ้าน 1 ชั้น ชั้นล่างสร้างด้วยปูนขนาดปานกลาง  บริเวณที่ตั้งตั้งในเขตชุมชน

          2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)

ในบ้านมีของเครื่องใช้จำเป็นปกติ ความเป็นอยู่พอใช้

          3.  บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองให้การต้อนรับเป็นอย่างดีในการสอบถามข้อมูล การตอบคำถามเกี่ยวกับนักเรียน

          4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

เด็กอาศัยอยู่กับตายาย, มารดา บิดา หย่าร้างกัน

          5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีมากต่อโรงเรียนบ้านคาบ พร้อมสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนและสนับสนุนบุตรหลานเต็มที่

          6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ    (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)

ทั้งเล่นทั้งทำการบ้าน ถ้าผู้ปกครองไม่นั่งเฝ้าน้องจะไม่ทำการบ้าน

          7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและนักเรียน)

เพื่อนส่วนมากเป็นวัยเดียวกัน เดินเล่นด้วยกันที่เรียนโรงเรียน เนื่องจากบ้านเด็กอยู่ในชุมชนเดียวกันจึงไปหากันได้ง่ายและส่วนใหญ่อยู่บ้านติดกัน ทุกคนเป็นมิตรต่อกัน

          8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

                   มีความรัก ความห่วงใย เอาใจใส่ อบอุ่นดี โดยครอบครัวสนับสนุนให้นักเรียนทำสิ่งที่ชอบได้อย่างอิสระ

          9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)

                    ข้อเสนอแนะ นักเรียนแยกตัวออกมาเล่นคนเดียวไม่สนใจการเรียนไม่ร่วมมือในการทำกิจกรรมอยากให้คุณครูช่วยดูแลให้เด็กได้ทำกิจกรรมเป็นกลุ่มร่วมกับเพื่อนๆและใช้วิธีการสอนที่หลากหลายทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก รวมถึงกิจกรรมและเกมที่ใช้การเล่นเป็นหลักในกระบวนการเรียนรู้ ใช้สื่อที่มีสีสันและโต้ตอบได้ซึ่งดึงดูดประสาทสัมผัสและดึงดูดความสนใจของเด็ก 


ภาพการเยี่ยมบ้านนักเรียน 



ภาพที่ 9.1 ภาพภายนอกบ้านนักเรียน

ภาพที่ 9.2 ภาพภายในบ้านนักเรียน


ภาพที่ 9.3 ภาพภายในบ้านนักเรียน


วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กลุ่มที่ 12 ปัญญา : พหุปัญญา

 

กลุ่มที่ 12 ปัญญา : พหุปัญญา


ผลการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
ในหัวข้อ "การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือใช้ในการประเมิน"
📅 วันอังคาร ที่ 19 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2566
เวลา 18:15 - 19.15 น. ระยะเวลาในการทำกิจกรรม 1 ชั่วโมง
ช่องทางออนไลน์ Google Meet

รายงานการประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน



โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์/แผนการดำเนินงานการอบรบ
ในหัวข้อ : การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ใน




ชุดความรู้การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา " พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย"



วิทยากรที่ให้ความรู้


Slide ประกอบการนำเสนอ
ในหัวข้อ : การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ใน


รวมรายงานและแผนงานต่าง ๆ ในการจัดอบรบ

กลุ่มที่ 11 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย

 


ลุ่มที่ 11 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา 

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

ความหมายของพัฒนาการทางด้านสติปัญญา

พัฒนาการทางด้านสติปัญญา หมายถึง ความสามารถของบุคคลที่จะกระทำ กิจกรรมต่าง ๆ โดยการใช้สมองได้อย่างบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ วิธีที่จะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาความสามารถทางด้านสติปัญญา

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา

เป็นความสามารถในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ กับตนเองเป็นกระบวนการทางจิตใจ (mental processes) ที่เราใช้คิด เรียนรู้ หาเหตุผล แก้ไขปัญหา และสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วย พัฒนาการด้านภาษา (Language Development) และพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine MotorDevelopment)

การเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอายุ 3 – 6ขวบ มิได้หมายถึงสาระทางชีววิทยาเคมีกลศาสตร์แต่เนื้อหาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยคือสาระเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กที่เด็กควรรู้การเรียนการสอนมุ่งเพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจมากกว่าที่จะจำ เป็นองค์ความรู้การเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยแตกต่างจากเด็กวัยอื่นที่เด็กปฐมวัยมีการเจริญของสมองที่รวดเร็วและต้องการการกระตุ้นเพื่อการงอกงามของใยสมองในช่วงปฐมวัย แต่ขณะเดียวกันพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก อายุ 2 – 6 ขวบยังเป็นช่วงก่อนปฏิบัติการ (pre –operative stage) เด็กเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์

1. ทักษะการสังเกต เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างใด อย่างหนึ่งหรือ ใช้หลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เพื่อค้นหาและบอกรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ที่สังเกต โดยที่ไม่ใส่ความคิดเห็นของผู้สังเกตลงไป






กลุ่มที่ 8 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย


กลุ่มที่ 8 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา 

 ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย 

 ลักษณะพฤติกรรมทางด้านความคิดสร้างสรรค์
(1) มีความอยากรู้อยากเห็น และสนใจสิ่งใหม่ๆ
(2) ชอบซักถามสํารวจ ทดลอง
(3) กล้าเสี่ยง
(4) กล้าแสดงออก
(5) มีความคิดริเริ่ม
(6) ไม่ชอบคล้อยตามผู้อื่นนอย่างง่าย ๆ
(7) กล้าและศรัทธาที่จะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ
(8) มีความคิดยืดหยุ่นทั้งความคิดและการกระทำสามารถคิดดัดแปลงแก้ไขวิธีการและทำงานได้อย่างเหมาะสม
(9) ทำงานเพื่อความสุขของตนเองมิได้หวังผลตอบแทนหรือการยกย่องจากคนอื่น

ความคิดสร้างสรรค์ต้องมีองค์ประกอบ อย่างน้อย 8 องค์ประกอบ
1. ความคิดริเริ่ม (Originality)
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency)
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)
4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration)
5. ความไวต่อปัญหา (Sensitivity of Problem)
6. ความสามารถในการใช้ค านิยามใหม่ (Redefinition)
7. ความซึมซาบ (Penetration)
8. ความสามารถในการทํานาย (Prediction) Jellen and Urban

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






กลุ่มที่ 7 การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย


กลุ่มที่ 7 อบรมในหัวข้อ 

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา

 ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย 

การนํา เสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน


ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย

การคิดสำหรับเด็กปฐมวัยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดในขณะทำกิจกรรมหรือการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ สังกต และเปรียบเทียบ

ความสำคัญของการคิด

1.การคิดช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักการได้แก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล

2.การคิดเกิดขึ้นได้ขณะที่เด็กฝึกทักษะ

3.การคิดช่วยให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง

4.การคิดช่วยให้เด็กมีโอกาศหาคำตอบในการแก้ปัญหา

ประเภทของการคิด

1.ทักษะการคิดพื้นฐานแบ่งทักษะการสื่อความหมายและทักษะกาคิดที่เป็นแกนหรือทักษะการคิดทั่วไป

1.1ทักษะการสื่อความหมาย

ทักษะการสื่อความหมาย หมายถึง ทักษะการรับสารที่แสดงถึงความคิดของผู้อื่นที่เข้ามาเพื่อรับรู้ตีความจดจำ

1.2ทักษะการคิดที่เป็นเกณฑ์หรือทักษะการคิดทั่วไป หมายถึง ทักษะการคิดที่จำเป็นต้องใช้อยู่เสมอในการดำรงชีวิตประจำวันและพื้นฐานการคิดชั้นสูงที่มีความสลับซับซ้อนตลอดจนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทักษะการคิดที่เป็นแกน ประกอบด้วย

.การสังเกต

.การสำรวจ

.การระบุ

.การจัดลำดับ

.การสรุป

2.ทักษะการคิดชั้นสูงหรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน

ทักษะการคิดชั้นสูงหรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน หมายถึง ทักษะการคิดที่มีขั้นตอนหลากหลายขั้นและต้องอาศัยทักษะการสื่อสารความหมายและทักษะการ คิดที่เป็นแกนหลายๆทักษะ ในแต่ละขั้น

ลักษณะการคิด

ลักษณะการคิด คือ รูปแบบของการคิดที่ประกอบด้วยทักษะการคิดหลายๆทักษะ ลักษณะการคิดแต่ล่ะลักษณะประกอบด้วยทักษะการคิดที่แตกต่างกันทำให้จุดมุ่งหมายของการคิดแตกต่างกันไป

1.การคิดคลองหลากหลาย

2.การคิดวิเคาระห์และคิดผสมผสาน

3.การคิดริเริ่ม

4.การคิดละเอียดชัดเจน

5.การคิดอย่างมีเหตุผล

6.การคิดกว้างและรอบคอบ

7.การคิดไกล

8.การคิดลึกซึ้ง

9.การคิดดี คิดถูกทาง

การจัดประสบการณ์ที่สร้างเสริมการคิดของเด็กปฐมวัย

1.จัดประสบการณ์ที่มีความหมายต่อเด็กและสะท้อนเหตุการณ์เกิดขึ้นในชีวิตจริง

2.ส่งเสริมปฎิสัมพันธ์ทางสังคมโดยการเปิดโอกาศให้เด็กได้คุย สนทนา

3.จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม

4.คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของเด็ก

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






กลุ่ม6 การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม การเล่นของเด็กปฐมวัย

 


กลุ่มที่ 6 อบรมในหัวข้อการประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม 

การเล่นของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสังคม
การพัฒนาการทางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้และเข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรับตัวและสร้างสังคมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขพัฒนาการด้านสังคมของทารกเมื่อแรกเกิดจะต้องคุดนมแม่ให้ได้เพื่อบรรเทาความหิวและช่วยให้ทารกจึงเรียนรู้ว่าในโลกนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยและช่วยตอบสนองความต้องการของเขาได้ซึ่งการเรียนรู้นี้เป็นกระบวน
การปรับตั้วทางลังคน (Socialization process) จากการที่ทารคได้ส้มผัสใกล้ชิดแม่และคนในครอบครัวทารกจึงพัฒนาไปสู่การรู้จักเพื่อนและคนอื่นได้ใช้ภาษาได้เล่นได้แสดงความรู้สึกได้เรียนรู้ข้อตกลงกฎเกณฑ์ต่างๆของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุพัฒนาการทางสังคมจึงมีความสำคัญ
คุณลักษณะตามวัยด้านสังคม
คุณลักษณะตามยเป็นความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติเมื่อเด็กมีอายุถึงวัยนั้นๆผู้สอนจำเป็นต้องทำความเข้าใจคุณลักษณะตามวยของเด็กอายุ แรกเกิด - 6 ปี เพื่อนำไป พิจารณาจัดประสบการณ์ให้เด็กแต่ละวัยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมขณะเดียวกันก็ต้องลังเกตเด็กแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อนำข้อมุลไปช่วยในการพัฒนาเด็กให้เต็มตามความสามารถและศักยภาพพัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงอายุอาจเร็วหรือช้ากว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้และการพัฒนาจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องถ้าลังเกตพบว่าเด็กไม่มีความก้าวหน้าอย่างชดเจนต้องพาเด็กไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เพื่อช่วยเหลือและแก้ไข


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม ครั้งที่ 1






ครั้งที่ 2





กลุ่มที่ 5 การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคมการเรียนรู้ ทักษะ พฤติกรรม ความสามารถทางสังคมของเด็กปฐมวัย



กลุ่มที่ 5 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคมการเรียนรู้ 

ทักษะ พฤติกรรม ความสามารถทางสังคมของเด็กปฐมวัย

นำเสนอเทคนิควิธี เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 

ความรู้ที่ได้รับ

พัฒนาการด้านสังคม
   พัฒนาการหางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้เข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรีบตัวและสร้างลังคมที่จะอยู่ร่วมกันการเรียนรู้นี้เป็นกระบวนการปรีบตัวทางลังคมจากการที่ทารกได้สัมผัสใกล้ชิดแม่และคนในครอบครัวทารกจิงพัฒนาไปลู่การู้จักเพื่อนและคนอื่นได้ใช้ภาษา ได้เล่น ได้แลดงความรู้ลิก ได้เรียนรู้ข้อตกลง กฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุ

การเรียนรู้ทางลังคมของเด็กปฐมวัย

    ความหมายของการเรียนรู้ทางลังคมของเด็กปฐมวัยคือ การเรียนรู้ทางสังคม Social l earning หมายถึงการเรียนรู้เงื่อนไขต่างๆ ในลังคม การเรียนรู้นี้ทำให้คนมีความรู้สึกนักคิดและพฤติกรรมต่างๆ ตามที่สังคมนั้นๆ มีอยู่ ทำให้คนที่เดิบโตในลังคมไทยมีความรู้สึกนักคิดและพฤติกรรมแบบไทยและทำให้คนที่เติบโตในสังคมจีนมีความรู้ลึกนิกคิดและพฤติกรรมแบบจีน


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม




ครั้งที่ 1


ครั้งที่ 2

เทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

แบบฝึก : หัดเทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย