แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรุปองค์ความรู้ 12 กลุ่ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรุปองค์ความรู้ 12 กลุ่ม แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กลุ่มที่ 11 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย

 


ลุ่มที่ 11 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา 

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

ความหมายของพัฒนาการทางด้านสติปัญญา

พัฒนาการทางด้านสติปัญญา หมายถึง ความสามารถของบุคคลที่จะกระทำ กิจกรรมต่าง ๆ โดยการใช้สมองได้อย่างบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ วิธีที่จะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาความสามารถทางด้านสติปัญญา

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา

เป็นความสามารถในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ กับตนเองเป็นกระบวนการทางจิตใจ (mental processes) ที่เราใช้คิด เรียนรู้ หาเหตุผล แก้ไขปัญหา และสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วย พัฒนาการด้านภาษา (Language Development) และพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine MotorDevelopment)

การเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอายุ 3 – 6ขวบ มิได้หมายถึงสาระทางชีววิทยาเคมีกลศาสตร์แต่เนื้อหาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยคือสาระเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กที่เด็กควรรู้การเรียนการสอนมุ่งเพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจมากกว่าที่จะจำ เป็นองค์ความรู้การเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยแตกต่างจากเด็กวัยอื่นที่เด็กปฐมวัยมีการเจริญของสมองที่รวดเร็วและต้องการการกระตุ้นเพื่อการงอกงามของใยสมองในช่วงปฐมวัย แต่ขณะเดียวกันพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก อายุ 2 – 6 ขวบยังเป็นช่วงก่อนปฏิบัติการ (pre –operative stage) เด็กเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์

1. ทักษะการสังเกต เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างใด อย่างหนึ่งหรือ ใช้หลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เพื่อค้นหาและบอกรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ที่สังเกต โดยที่ไม่ใส่ความคิดเห็นของผู้สังเกตลงไป






กลุ่มที่ 8 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย


กลุ่มที่ 8 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา 

 ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย 

 ลักษณะพฤติกรรมทางด้านความคิดสร้างสรรค์
(1) มีความอยากรู้อยากเห็น และสนใจสิ่งใหม่ๆ
(2) ชอบซักถามสํารวจ ทดลอง
(3) กล้าเสี่ยง
(4) กล้าแสดงออก
(5) มีความคิดริเริ่ม
(6) ไม่ชอบคล้อยตามผู้อื่นนอย่างง่าย ๆ
(7) กล้าและศรัทธาที่จะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ
(8) มีความคิดยืดหยุ่นทั้งความคิดและการกระทำสามารถคิดดัดแปลงแก้ไขวิธีการและทำงานได้อย่างเหมาะสม
(9) ทำงานเพื่อความสุขของตนเองมิได้หวังผลตอบแทนหรือการยกย่องจากคนอื่น

ความคิดสร้างสรรค์ต้องมีองค์ประกอบ อย่างน้อย 8 องค์ประกอบ
1. ความคิดริเริ่ม (Originality)
2. ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency)
3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)
4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration)
5. ความไวต่อปัญหา (Sensitivity of Problem)
6. ความสามารถในการใช้ค านิยามใหม่ (Redefinition)
7. ความซึมซาบ (Penetration)
8. ความสามารถในการทํานาย (Prediction) Jellen and Urban

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






กลุ่มที่ 7 การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย


กลุ่มที่ 7 อบรมในหัวข้อ 

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา

 ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย 

การนํา เสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน


ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย

การคิดสำหรับเด็กปฐมวัยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดในขณะทำกิจกรรมหรือการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ สังกต และเปรียบเทียบ

ความสำคัญของการคิด

1.การคิดช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักการได้แก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล

2.การคิดเกิดขึ้นได้ขณะที่เด็กฝึกทักษะ

3.การคิดช่วยให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง

4.การคิดช่วยให้เด็กมีโอกาศหาคำตอบในการแก้ปัญหา

ประเภทของการคิด

1.ทักษะการคิดพื้นฐานแบ่งทักษะการสื่อความหมายและทักษะกาคิดที่เป็นแกนหรือทักษะการคิดทั่วไป

1.1ทักษะการสื่อความหมาย

ทักษะการสื่อความหมาย หมายถึง ทักษะการรับสารที่แสดงถึงความคิดของผู้อื่นที่เข้ามาเพื่อรับรู้ตีความจดจำ

1.2ทักษะการคิดที่เป็นเกณฑ์หรือทักษะการคิดทั่วไป หมายถึง ทักษะการคิดที่จำเป็นต้องใช้อยู่เสมอในการดำรงชีวิตประจำวันและพื้นฐานการคิดชั้นสูงที่มีความสลับซับซ้อนตลอดจนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทักษะการคิดที่เป็นแกน ประกอบด้วย

.การสังเกต

.การสำรวจ

.การระบุ

.การจัดลำดับ

.การสรุป

2.ทักษะการคิดชั้นสูงหรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน

ทักษะการคิดชั้นสูงหรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน หมายถึง ทักษะการคิดที่มีขั้นตอนหลากหลายขั้นและต้องอาศัยทักษะการสื่อสารความหมายและทักษะการ คิดที่เป็นแกนหลายๆทักษะ ในแต่ละขั้น

ลักษณะการคิด

ลักษณะการคิด คือ รูปแบบของการคิดที่ประกอบด้วยทักษะการคิดหลายๆทักษะ ลักษณะการคิดแต่ล่ะลักษณะประกอบด้วยทักษะการคิดที่แตกต่างกันทำให้จุดมุ่งหมายของการคิดแตกต่างกันไป

1.การคิดคลองหลากหลาย

2.การคิดวิเคาระห์และคิดผสมผสาน

3.การคิดริเริ่ม

4.การคิดละเอียดชัดเจน

5.การคิดอย่างมีเหตุผล

6.การคิดกว้างและรอบคอบ

7.การคิดไกล

8.การคิดลึกซึ้ง

9.การคิดดี คิดถูกทาง

การจัดประสบการณ์ที่สร้างเสริมการคิดของเด็กปฐมวัย

1.จัดประสบการณ์ที่มีความหมายต่อเด็กและสะท้อนเหตุการณ์เกิดขึ้นในชีวิตจริง

2.ส่งเสริมปฎิสัมพันธ์ทางสังคมโดยการเปิดโอกาศให้เด็กได้คุย สนทนา

3.จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม

4.คำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของเด็ก

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






กลุ่ม6 การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม การเล่นของเด็กปฐมวัย

 


กลุ่มที่ 6 อบรมในหัวข้อการประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม 

การเล่นของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสังคม
การพัฒนาการทางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้และเข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรับตัวและสร้างสังคมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขพัฒนาการด้านสังคมของทารกเมื่อแรกเกิดจะต้องคุดนมแม่ให้ได้เพื่อบรรเทาความหิวและช่วยให้ทารกจึงเรียนรู้ว่าในโลกนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยและช่วยตอบสนองความต้องการของเขาได้ซึ่งการเรียนรู้นี้เป็นกระบวน
การปรับตั้วทางลังคน (Socialization process) จากการที่ทารคได้ส้มผัสใกล้ชิดแม่และคนในครอบครัวทารกจึงพัฒนาไปสู่การรู้จักเพื่อนและคนอื่นได้ใช้ภาษาได้เล่นได้แสดงความรู้สึกได้เรียนรู้ข้อตกลงกฎเกณฑ์ต่างๆของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุพัฒนาการทางสังคมจึงมีความสำคัญ
คุณลักษณะตามวัยด้านสังคม
คุณลักษณะตามยเป็นความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติเมื่อเด็กมีอายุถึงวัยนั้นๆผู้สอนจำเป็นต้องทำความเข้าใจคุณลักษณะตามวยของเด็กอายุ แรกเกิด - 6 ปี เพื่อนำไป พิจารณาจัดประสบการณ์ให้เด็กแต่ละวัยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมขณะเดียวกันก็ต้องลังเกตเด็กแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อนำข้อมุลไปช่วยในการพัฒนาเด็กให้เต็มตามความสามารถและศักยภาพพัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงอายุอาจเร็วหรือช้ากว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้และการพัฒนาจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องถ้าลังเกตพบว่าเด็กไม่มีความก้าวหน้าอย่างชดเจนต้องพาเด็กไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เพื่อช่วยเหลือและแก้ไข


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม ครั้งที่ 1






ครั้งที่ 2





กลุ่มที่ 5 การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคมการเรียนรู้ ทักษะ พฤติกรรม ความสามารถทางสังคมของเด็กปฐมวัย



กลุ่มที่ 5 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคมการเรียนรู้ 

ทักษะ พฤติกรรม ความสามารถทางสังคมของเด็กปฐมวัย

นำเสนอเทคนิควิธี เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 

ความรู้ที่ได้รับ

พัฒนาการด้านสังคม
   พัฒนาการหางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้เข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรีบตัวและสร้างลังคมที่จะอยู่ร่วมกันการเรียนรู้นี้เป็นกระบวนการปรีบตัวทางลังคมจากการที่ทารกได้สัมผัสใกล้ชิดแม่และคนในครอบครัวทารกจิงพัฒนาไปลู่การู้จักเพื่อนและคนอื่นได้ใช้ภาษา ได้เล่น ได้แลดงความรู้ลิก ได้เรียนรู้ข้อตกลง กฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุ

การเรียนรู้ทางลังคมของเด็กปฐมวัย

    ความหมายของการเรียนรู้ทางลังคมของเด็กปฐมวัยคือ การเรียนรู้ทางสังคม Social l earning หมายถึงการเรียนรู้เงื่อนไขต่างๆ ในลังคม การเรียนรู้นี้ทำให้คนมีความรู้สึกนักคิดและพฤติกรรมต่างๆ ตามที่สังคมนั้นๆ มีอยู่ ทำให้คนที่เดิบโตในลังคมไทยมีความรู้สึกนักคิดและพฤติกรรมแบบไทยและทำให้คนที่เติบโตในสังคมจีนมีความรู้ลึกนิกคิดและพฤติกรรมแบบจีน


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม




ครั้งที่ 1


ครั้งที่ 2

กลุ่มที่ 3 การประเมินพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย - ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและประสาทสัมพันธ์ ของเด็กปฐมวัย



กลุ่มที่ 3 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย 

 ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและประสาทสัมพันธ์ ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 

  ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก  หมายถึง กล้ามเนื้อที่ใช้ในการทำงานที่มีความละเอียด ที่ไม่ ต้องอาศัยการเคลื่อนที่ของร่างกาย เป็นความสามารถในการบังคับควบคุม การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือ นิ้ว มือ ไหล่ให้ประสาทสัมพันธ์กับสายตาและประสาทสัมผัส ทำให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ และช่วยเหลือ ตนเองในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่วมีประสิทธิภาพตามความถนัดของแต่ละบุคคล

ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก

การใข้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ควรส่งเสริมให้ใช้กล้ามเนื้อมือร่วมกันสายตาเนื้อกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียน เพราะความคล่องแคล่งของกล้ามเนื้อ นิ้วมือมีความสัมพันธ์อย่างบากกับการ เรียนรู้ยองเด็ก ยิ่งกิจกรรมหรืออุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อ มือกับสายตา ให้ประสานสับพันธ์กัน ได้แก่ การร้อยถูกปัดร้อยเชือก ร้อยดอกไม้ เย็นกระคุม รูดซิป เรียงสี เรียงไม้หนีบ ปิดหมุด  เป็นต้นประสบการณ์ต่างๆ  


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






กลุ่มที่ 4 การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ


 กล่มที่ 4 อบรมในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ

ลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม

(ต่อตนเองและผู้อื่น) ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้

ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ
1.ลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมสิ่งที่เด็กได้รับการถ่ายทอดจากบิดามารดาหรือบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเสี่ยงหรือปฏิเสธได้ เช่น เด็กได้รับยื่นเพศผิดปกติ XYY จะมีอารมณ์ผิดปกติพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น
2.การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับจากครอบครัวการอบรมเลี้ยงดูแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน จะมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็ก ดังนี้
1) บรรยากาศในการอบรมเลี้ยงดูและวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครัว
2) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิ้กในครอบครัว
3) ความสม่ำเสมอและคงที่ในการอบรมเลี้ยงดู
4) สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว
5) แหล่งที่ตั้งของครอบครัว
6) การโยกย้ายของครอบครัว

พื้นอารมณ์ (TEMPERAMENT คือ ลักษณะทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคนที่มีมาตั้งแต่เกิด เช่น เด็กบางคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย เด็กบางคนเลี้ยงยาก งอแง ขี้หงุดหงิด ร้องไห้ตลอดเวลา   


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กลุ่มที่ 10 ปัญญา : ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์

 


กลุ่มที่ 10 อบรมในหัวข้อ ปัญญา : ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์

หลักการสอนคณิตศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย

    1.สอนให้สอดคล้องกับชีวิตประจําวัน การเรียนรู้ของเด็กจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กมองเห็นความจําเป็นและประโยชน์ของสิ่ง ที่ครูกําลังสอน

    2.เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ที่ทําให้พบคําตอบด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายและเป็นไปตาม สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้ดันพบคําตอบ ด้วยตนเองพัฒนาความคิดและความคิดและความคิดรวบยอดได้เองในที่สุด

    3. มีเป้าหมายและมีการวางแผนที่ดีครูจะต้องมีการเตรียมการเพื่อให้เด็กได้ค่อยๆพัฒนาการเรียนรู้ขึ้นเองและเป็นไปตามแนวทางที่ครูวางไว้

4. เอาใจใส่เรื่องการเรียนรู้และลําดับขั้นการพัฒนาความคิดรวบยอดของเด็ก ครูต้องมีการเอาใจใส่เรื่องการเรียนรู้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะลําดับขั้น การพัฒนาความคิดรวบยอด ทักษะทางคณิตศาสตร์โดยคํานึงถึงหลักทฤษฎี

5. ใช้วิธีการจดบันทึกพฤติกรรม เพื่อใช้ในการวางแผนและจัดกิจกรรม การจดบันทึกด้านทัศนคติทักษะ และความรู้ความเข้าใจของเด็กในขณะทํา กิจกรรมต่าง ๆ เป็นวิธีการที่ทําให้ครูวางแผนและจัดกิจกรรมได้เหมาะสมกับเด็ก

6. ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเด็ก เพื่อสอนประสบการณ์ใหม่ในสถานการณ์ใหม่ ประสบการณ์ทางณิตศาสตร์ของเด็ก อาจเกิดจากกิจกรรมเดิมที่เคยทํามาแล้วหรือเพิ่มเติม ขึ้นอีกได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเดิมแต่อาจอยู่ในสถานการณ์ใหม่

7. รู้จักการใช้สถานการณ์ขณะนั้นให้เป็นประโยชน์ครูสามารถใช้สถานการณ์ที่กําลังเป็นอยู่ และเห็นได้ในขณะนั้นมาทําให้เกิด การเรียนรู้ด้านจํานวนได้

8. ใช้วิธีการสอนแทรกกับชีวิตจริง เพื่อสอนความคิดรวบยอดที่ยาก การสอนความคิดรวบยอดเรื่องปริมาณ ขนาด และรูปร่างต่างๆ ต้องสอนแบบ ค่อย ๆ สอดแทรกไปตามธรรมชาติ ให้สถานการณ์ที่มีความหมายต่อเด็กอย่างแท้จริง ให้เด็กได้ทั้ง ดูและจับต้อง ทดสอบความคิดของตนเองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เป็นไปตามแนวทางที่ครูวางไว้

9. ใช้วิธีให้เด็กมีส่วนร่วมหรือปฏิบัติจริงเกี่ยวกับตัวเลข สถานการณ์และสภาพแวดล้อมล้วนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ครูสามารถ นํามาใช้ในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับตัวเลขได้เพราะตามธรรมชาติของเด็กนั้นล้วนสนใจในเรื่องการ วัดสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่แล้ว รวบทั้งการจัดกิจกรรมการเล่นเกมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เข้าใจในเรื่อง ตัวเลขแล้ว

10. วางแผนส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านอย่างต่อเนื่อง การวางแผนการสอนนั้นครูควรวิเคราะห์และจดบันทึกด้วยว่ากิจกรรมใดที่ควรส่งเสริมให้มีที่บ้านและ ที่โรงเรียน โดยยึดหลักความพร้อมของเด็กเป็นรายบุคคลเป็นหลัก และมีการวางแผนร่วมกับผู้ปกครอง

11. บันทึกปัญหาการเรียนรู้ของเด็กอย่างสม่ําเสมอเพื่อแก้ไขและปรับปรุง การจดบันทึกอย่างสม่ําเสมอช่วยให้ทราบว่ามีเด็กคนใดยังไม่เข้าใจและ ต้องจัดกิจกรรมเพิ่มเติมอีก

12. ในแต่ระครั้งควรสอนเพียงความคิดรวบยอดเดียว ครูควรสอนเพียงความคิดรวบยอดเดียว และใช้กิจกรรมที่จัดให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงจึงเกิดการเรียนรู้ได้

13. เน้นกระบวนการเล่นจากง่ายไปหายาก การสร้างความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการสร้างตัวเลขของเด็กจะต้องผ่าน กระบวนการเล่นมีทั้งแบบจัดประเภท เปรียบเทียบ และจัดลําดับซึ่งต้องอาศัยการนับเศษส่วนรูปทรงและเนื้อที่การวัดการจัดและเสนอข้อมูล ซึ่งเป็นพื้นฐานไปสู่ความเข้าใจเรื่องคณิตศาสตร์ต่อไปจึงจําเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นที่ง่ายและค่อยยากขึ้นตามลําดับ

14. ควรสอนสัญญาลักษณ์ตัวเลขหรือเครื่องหมายเมื่อเด็กเข้าใจสิ่งเหล่านั้นแล้ว การใช้สัญญาลักษณ์ตัวเลขหรือเครื่องหมายกับเด็กนั้นทําได้เมื่อเด็กเข้าใจความหมายแล้ว

15. ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเรียนคณิตศาสตร์การเตรียมความพร้อมนั้นจะต้องเริ่มที่การฝึกสายตาเป็นอันดับแรก เพราะหาก เด็กไม่สามารถใช้ลายตาในการจําแนกประเภทแล้วเด็กจะมีปัญหาในการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์


ภาพกิจกรรมในการอบรม






กลุ่ม 9 การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา

 

กลุ่มที่ 9 อบรมในหัวข้อ " การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา"


ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
        1. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 1 ปี รู้จักเชื่อมโยงคำพูดกับการกระทำ ชอบฟังคำช้ำๆ เสียงสูงๆ ต่ำ ๆ รู้ว่าทำต่าง ๆเป็นสัญลักษณ์ของวัตถุนั้น ๆ เริ่มพูดเป็นคำใหม่ 
        2. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 2 ปี ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น สนใจค้นคว้าสำรวจสิ่งต่าง ๆรอบตัวเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือเด็กอื่น
        3.พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 3 ปี ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นทุกอย่าง รอบตัว สำรวจสิ่งต่าง
       4. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 4 ปีด้านสติปัญญา บอกชื่อและนามสกุลของตนเอง เด็กในวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆด้วยการจำแนกด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
       5. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กระหว่าง 5-6 ปีด้านสติปัญญาสามารถฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้ผู้อื่นฟังได้บอกชื่อนามสกุลโดยมีรายละเอียดและอายุของต้นเอง สร้างผลงานตามความคิดของต้นเองเพิ่มขึ้น และแปลกใหม่ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม





การทำแบบทดสอบหลังการอบรม



วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กลุ่มที่ 2 ร่างกาย - ทักษะกลไก การเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อใหญ่


 กลุ่มที่ 2 อบรมในหัวข้อ “ทักษะกลไก การเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อใหญ่


กิจกรรมกายบริหารก่อนเข้ารับการอบรม



ความสําคัญของพัฒนาการด้านร่างกาย

        พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายและสมรรถภาพการทํางานตามหน้าที่ของร่างกายที่ดําเนินต่อเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงวัยทารก(แรกเกิด - 2 ปี) และวัยเตาะแตะ (2 - 3 ปี) ซึ่งเป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตทางโครงสร้างและอวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างรวดเร็ว อันเป็นฐานของการพัฒนาความสามารถอื่นๆ โดยเริ่มพัฒนาจากสภาพทั่วๆไปสู่ลักษณะและความสามารถที่สลับซับซ้อนเฉพาะเจาะจงมากขึ้นตามวัย (คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 :สําหรับเด็กอายุแรกเกิด-3ปี) เด็กอายุ 3-6 ปีเป็นวัยที่ร่างกายและสมองของเด็กกําลังเติบโต เด็กต้อง การความรักความเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กวัยนี้มีโอกาสเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้สํารวจ เล่น ทดลองค้นพบด้วยตัวเองได้มีโอกาสคิดแก้ปัญหาเรื่องตัดสินใจ ใช้ภาษาสื่อสาร ความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข



ทำการทดสอบหลังการอบรม


กลุ่มที่ 1 การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย


 กลุ่มที่ 1 นำเสนอในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย

สุขภาพอนามัย การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย






ความสําคัญของเด็กปฐมวัย
        เนื่องจากระยะปฐมวัย เป็นวัยพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ ซึ่งมีผู้ให้ความสําคัญในการพัฒนาเด็กใน
วัยนี้ ในที่นี้จะแสดงให้เห็นทรรศนะของกลุ่มบุคคลที่ให้ความสําคัญของเด็กปฐมวัย ซึ่งจําแนกออกเป็น 2
กลุ่ม คือ ทรรศนะของนักจิตวิทยา และทรรศนะของผู้กําหนดนโยบายการพัฒนาเด็กของประเทศ มีดัง
รายละเอียด

การทำข้อสอบหลังการอบรม


สรุปองค์ความรู้ 12 กลุ่ม

เทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

แบบฝึก : หัดเทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย